เต่าแต่ละชนิดในแต่ละ family มักมีแหล่งที่อยู่อาศัยเฉพาะที่ เช่นพวกที่อยู่ในบริเวณปากแม่น้ำ จะไม่พบว่ามีอยู่ในบริเวณน้ำจืดที่ลึกเข้ามาในแผ่นดินมาก หรือพบในทะเลลึกเลย ส่วนพวกที่พบอยู่ตามคู คลอง หนอง บึง ที่เป็นน้ำนิ่งในที่ลุ่ม ก็มักจะไม่พบเห็นในแหล่งน้ำไหล หรือบริเวณต้นน้ำลำธารเลย
          นอกจากนี้เต่าแต่ละชนิดยังกินอาหารแตกต่างกัน บางชนิดกินพืชเป็นอาหารหลัก บางชนิดก็กินสัตว์เป็นอาหารหลัก และบางชนิดก็กินทั้งพืชและสัตว์ทั้งสองอย่าง ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ดังนั้นประเพณีการปล่อยเต่าเพื่อเอาบุญของคนไทยจึงมักเป็นการทำบาปเสียมากกว่า เนื่องจากนำเต่าไปปล่อยผิดที่ผิดทาง ทำให้เต่าส่วนใหญ่ที่ปล่อยไปต้องตายไปเพราะไม่ใช่แหล่งที่อยู่อาศัยของมันและขาดอาหารที่มันต้องการ การปล่อยเต่าที่ได้บุญจึงควรปล่อยในถิ่นที่อยู่อาศัยของมันเท่านั้น
          นอกจากนั้นเต่าที่ไม่ใช่พันธุ์พื้นเมืองของไทย เช่น เต่าแก้มแดง (คนไทยมักเรียกว่าเต่าญี่ปุ่น แท้ที่จริงเป็นเต่าพื้นเมืองของอเมริกาเหนือ) และตะพาบไต้หวัน ไม่ควรนำมาปล่อยในแหล่งน้ำของไทย เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหานานาประการกับเต่าพื้นเมืองของไทยได้
          ปัจจุบันเต่าและตะพาบของไทยกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก จากการสำรวจสถานภาพของเต่าและตะพาบชนิดต่างๆ พบว่าแทบทุกชนิดมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากแหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติถูกทำลายโดยมนุษย์ทั้งในด้าน การตัดไม้ทำลายป่า ไฟป่า การสร้างเขื่อน การเกิดมลภาวะในแหล่งน้ำ ตลอดจนการถูกจับมากินหรือจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นโอกาสที่เต่าหลายชนิดจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยจึงมีมาก เต่าจำนวนอย่างน้อย 3 ชนิด ได้แก่ เต่ากะอาน เต่าลายตีนเป็ดและตะพาบหัวกบ ที่เคยมีรายงานว่าพบในประเทศไทยมากในอดีต ปัจจุบันไม่มีรายงานว่าสำรวจพบอีกแล้ว
          เต่าอีก 7 ชนิด มีจำนวนลดลงมากจนอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยและมีอย่างน้อย 1 ชนิด ได้แก่ตะพาบม่านลายไทยที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลก จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง หากทรัพยากรประเภทนี้จะต้องหมดไป ก่อนที่เราจะได้ทำการศึกษาและนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต จึงเป็นสิ่งสำคัญที่น่าจะช่วยกันคิดต่อไปว่า เราจะช่วยอนุรักษ์พันธุ์เต่ากันอย่างไรดี